• Self-conquest is the greats of victory.
การชนะใจตนเอง คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
• So much to do ,so little done.
งานยิ่งทำมากเท่าใด ก็ยิ่งเสร็จน้อยเท่านั้น
• Heaven ne'er helps the men who will not act.
สวรรค์ไม่เคยช่วยบุคคลผู้ซึ่งไม่ทำงาน
• Never give advice unless asked.
อย่าให้คำแนะนำจนกว่าจะถูกขอร้อง
• Nevre give advice in a crowd
อย่าให้คำแนะนำท่ามกลางฝูงชน
• Grey hair is a of age, not of wisdom.
ผมหงอกเป็นสัญญาลักษณ์ของอายุ ไม่ใช่ปัญญา
• Well begun is half done.
เริ่มต้นดีเหมือนงานนั้นเสร็จไปครึ่งหนึ่ง
• A bird in the hand is worth two in the bush.
นกตัวเดียวในมือมีค่าเท่ากับนกสองตัวในพุ่มไม้
• Birds of a faether will flock together.
นกที่มีขนอย่างเดียวกัน ย่อมจะอยู่รวมกัน
• Blood is thicker than water.
เลือดข้นกว่าน้ำ
• Better is half a loaf than no bread.
ขมนปังครึ่งก้อนดีกว่าไม่มีเลย
• While I breathe , I hope.
ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ ฉันก็ยังมีหวัง
• When tha cat's away the mice will play.
เมื่อแมวไม่อยู่หนูก็ยังคนอง
• Spare the rod and spoil the child.
ทิ้งไม้เรียวจะทำให้เด็กเสีย
• It is a wise father that know his own child.
พ่อที่ฉลาดเท่านั้นจึงจะรู้จักบุตรของตนดี
• The less men think, the more they talk.
คนที่คิดน้อยมักพูดมาก
• A bad officer is more danggerous than hundred bandits.
เจ้าหน้าที่ชั่วคนเดียว เป็นอันตรายมากกว่าโจร 100 คน
• Disappointment is the nurse of wisdom.
ความผิดหวังเป็นสิ่งค้ำชูสติปัญญา
• No one can disgrace us but ourselves.
ไม่มีใครทำให้เราเสียเกียรติได้ นอกจากตัวเอง
• Do good , receive good ; Do evil, receive evil.
ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
• Early to bed and early to rise.
นอนหัวค่ำตื่นแต่เช้า
• Makes a man healthy , weathy and wise.
สุขภาพดี มีทรัพย์ และฉลาด
• Thou shouldst eat to live ; not live to eat.
ควรกินเพื่อมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน
• Man is his own worst enemy.
ตนเองนั่นแหละเป็นศัตรูที่สำคัญที่สุด ของตนเอง
• All is fair in love and war.
ทุกสิ่งย่อมยุติในความรักและสงคราม
• A fool and his money are soon parted.
คนโง่และเงินอยู่รวมกันไม่ได้นาน
• Good to forgive ; best to forget.
การอภัยนั้นดี แต่ลืมเสียนั้นดีที่สุด
• Forgive others often , but yourself never.
จงให้อภัยคนอื่นเสมอ แต่อย่าให้อภัยตนเอง
• A friend in need is a friend indeed.
มิตรในยามต้องการคือมิตรแท้
• God helps those who help themselves.
พระเจ้าช่วยคนที่ช่วยตนเอง
• The fox changes his skin but not his habits.
สนัขจิ้งจอกเปลี่ยนสีได้ แต่เปลี่ยนนิสัยไม่ได้
• Everyone speaks of happiness , but few know it.
ใครๆก็พูดถึงความสุข แต่น้อยคนที่รู้ว่าความสุขคืออะไร
• Two heads are better than one.
สองหัวดีกว่าหัวเดียว
• Honesty is the best policy.
ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นแนวทางที่ดีที่สุด
• Hope is the poor man bread.
ความหวังคือขนมปังของคนจน
• Lost time is never found again.
เวลาที่เสียไปย่อมหาไม่ได้อีก
• One cannot know everything.
คนเราจะรู้จักทุกสิ่งทุกอย่างหาได้ไม่
• Like mother , like daughter.
ดูนางให้ดูแม่
• The lion is not so fierce as they paint him.
สิ่งโตย่อมไม่ดุร้าย ดังที่คนป้ายสีให้มัน
• Our first and last love is self-love.
ความรักครั้งแรกและครั้งสุดท้ายคือรักตนเอง
• Behind bad luck comes good luck.
โชคดีย่อมตามหลังโชคร้าย
• The nearer the bone the sweeter the meat.
ยิ่งใกล้กระดูกเนื้อยิ่งหวาน
• Money is a good servant , but a bad master.
เงินเป็นผู้รับใช้ที่ดี แต่เป็นนายที่เลว
• When money spaeks the truth is silent.
เมื่อเงินพูด ความจริงก็เงียบ
• Music is the universal language of mankind.
ดนตรีคือภาษาสากล ของมนุษยชาติ
• Newspaper are the wood mirror.
หนังสือพิมพ์เป็นกระจกเงาของโลก
• No man can be a patriot on an emty stomach.
ไม่มีใครเป็นผู้รักชาติได้ ในยามที่ท้องว่าง
• The will of the people is the best law.
ความต้องการของประชาชนเป็นกฎหมายที่ดีที่สุด
• The pen is mightier than the sword.
ปากกามีอำนาจมากกว่าดาบ
• He who loves pleasure shall be a poor man.
ผู้ที่รักความสำราญ จะต้องเป็นคนยากจน
• It is better to be safe than sorry.
ปลอดภัยย่อมดีกว่าเสียใจ
• God hates those who praise themselves.
พระเจ้าทรงเกลียดชังคนที่ยกย่องตนเอง
• Prevention is better than cure.
กันดีกว่าแก้
• Still water runs deep.
น้ำนิ่งไหลลึก
• Death and tax are inevitable.
ความตาวเป็นภาษีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
• Let a thief to eatch a thief.
จงใช้โจรให้จับโจร
• A penny saved is a penny earned.
ประหยัดได้หนึ่งเพนนี เท่ากับหาได้หนึ่งเพนนี
• Better an ugly face than an ugly mind.
หน้าตาน่าเกลียด ดีกว่าจิตใจโสมม
• United we stand ; devided we die.
รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย
• All work and no play make Jack a dull boy.
มีแต่งาน ไม่มีเล้น ทำให้เด็กโง่
• When the candles are out , all women are fair.
ทุกนางงามสรรพ เมื่อดับเทียน
• Charms strike the sight , but merit wins the soul.
เสน่ห์สะดุดตา แต่ความดีชนะใจ
• No rose without a thorn.
ไม่มีกุหลาบใดปราศจากหนาม
• Big words sedom go with good deeds.
คำโวมิใคร่จะร่วมไปกับการกระทำดี
• He who done not go forward stays behind.
บุคคลผู้ไม่ก้าวไปข้างหน้าย่อมอยู่ข้างหลัง
• No one is too old to learn.
ไม่มีใครแก่เกินเรียน
• There's no place like home.
ไม่มีที่ใดเหมือนบ้าน
• Hunger is the best sauce.
ความหิวเป็นซอสที่ดีที่สุด
• Fine feathers make fine birds.
ขนงามทำให้นกสวย
• A tree is known by its fruit.
ต้นไม้รู้จักโตได้ ด้วยลูกของมัน
• It's a poor mouse that has only one hole.
หนูที่น่าสงสารเท่านั้น ที่มีรูเพียงรูเดียว
• Enough is better that too mush.
พอดี ดีกว่า มากเกินไป
• The more one has , the more one wants.
ยิ่งมีมากเท่าใด ยิ่งต้องการมากเท่านั้น
• All is not gold that glitters.
มิใช่ทองอย่างเดียวเท่านั้นที่ส่องแสงวูบวาบ
• An old dog does not bark for nothing.
หมาแก่ไม่เห่าก็ไร้ประโยชน์
• New brooms sweep clean.
ไม้กวาดใหม่ กวาดสะอาด
• Everything must have a beginning.
ทุกสิ่งย่อมมีการเริ่มต้น
• Great things have small beginning.
สิ่งใหญ่นั้น ย่อมมาจากการเริ่มต้นที่ดี
• Much talk , little work.
พูดมาก ทำงานได้น้อย
• Cap in hand never did any harm.
ความสุภาพอ่อนน้อม ไม่เคยทำให้เสียหายอะไรเลย
• No smoke without fire.
ไม่มีควัน โดยปราศจากไฟ
• Speak is silver , silent is good.
พูดเป็นเงิน เงียบเป็นทอง
• Good name is bettter that riches.
มีชื่อเสียงดี ดีกว่ามีทรัพย์
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำนวนอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำนวนอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551
DO YOU lOVE SOMEONE THISMUCH?
DO YOU lOVE SOMEONE THISMUCH?
รัก ใครได้ขนาดนี้อ๊ะเป่า ??
A girl and guy were speeding over 100 kmph on the road on a motorcycle...
ชายหญิงคู่ หนึ่งเร่งมอ`ไซค์กว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Girl: Slow down. Im scared.
ช้าๆหน่อยสิ เค้ากลัวนะ
Guy: No this is fun.
ไม่เอาอ่ะ สนุกมากเลย
Girl: No its not. Please, its too scary!
ไม่ตลกนะ ขอร้องล่ะ เค้ากลัวมาก จริงๆ
Guy: Then tell me you love me.
งั้นบอกผมก่อนสิ ว่ารักผม
Girl: Fine, I love you. Slow down!
ก็ได้ เค้ารักตัว ลดความเร็วลงสิ
Guy: Now give me a BIG hug.
แล้วก็กอดผมแน่นๆ
Girl hugs him
และเธอก็กอดเขา
Guy: Can you take my helmet off & put it on yourself? Its bugging me.
เอาหมวกกันน็อคผมไปใส่สิ ผมรำคาญน่ะ
In the paper the next day :( A motorcycle had crashed into a building because of brake failure.
วันต่อมา หนังสือพิมพ์ลงข่าว มอไซค์ชนตึก เนื่องจากเบรค แตก
Two people were on it, but only one had survived.
มีคน นั่งมอไซค์ 2 คน แต่ว่า รอดคนเดียว
The truth was that halfway down the road, the guy realized that his brakes broke, but he didn't want to let the girl know.
ความจริงคือ ทางสายนั้นเป็นครึ่งสายลาดลง ผู้ชายรู้ว่าเบรคเขา แตก แต่ก็ไม่อยากใฟ้แฟนสาวรู้
Instead, he had her say she loved him & felt her hug him one last time, then had her wear his helmet so that she would live even though it meant that he would die.
แทน ที่จะบอกเธอ เขาให้เธอบอกรักและรู้สึกถึงอ้อมกอดเธอเป็นครั้งสุดท้าย แล้วให้ เธอ ใส่หมวกกันน็อคเพื่อเธอจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ถึงแม้เขาจะตายไปก็ ตาม
If there is anyone in life you love this much, please send this. Forward this to all your good friends on-line to show them that you care.
ถ้ามีใครในชีวิตรักคุณซะขนาดนี้ ส่งเมลล์นี่ไปเถอะ ฟอร์เวิร์ด ให้เพื่อนๆที่รัก เพื่อให้เขารู้ว่าคุณแคร์
NOW, make a wish about somthing you would like to happen with you and someone whom you REALLY care about..........
OK, now if you send this to..
เอาล่ะ อธิษฐานซะ
โอเค ถ้าคุณ ส่ง...
1 person~ your wish will come true in 6-8 months
1 คน คำ อธิษฐาน จะเป็นจริงใน 6 - 8 เดือน
3 people~ your wish will come true in 4-6 months
3 คน คำ อธิษฐาน จะเป็นจริงใน 4-6 เดือน
5 people~ your wish will come true in 1-2 months
5 คน คำ อธิษฐาน จะเป็นจริงใน 1-2 เดือน
7 people~ your wish will come true in 2 weeks
7 คน คำ อธิษฐาน จะเป็นจริงใน 2 อาทิตย์
10 people~ your wish will come true in three days
10 คน คำอธิษฐาน จะเป็นจริงใน 3 วัน
14 people~ your wish will come true in the next 24 hours!
14 คน คำอธิษฐาน จะเป็นจริง ใน 24 ชั่วโมง
BUT...... If you do not send this to any one, you will have bad luck!!!!
แต่ถ้าคุณไม่ ส่งอ่ะ จะโชคร้ายเอานะ
รัก ใครได้ขนาดนี้อ๊ะเป่า ??
A girl and guy were speeding over 100 kmph on the road on a motorcycle...
ชายหญิงคู่ หนึ่งเร่งมอ`ไซค์กว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Girl: Slow down. Im scared.
ช้าๆหน่อยสิ เค้ากลัวนะ
Guy: No this is fun.
ไม่เอาอ่ะ สนุกมากเลย
Girl: No its not. Please, its too scary!
ไม่ตลกนะ ขอร้องล่ะ เค้ากลัวมาก จริงๆ
Guy: Then tell me you love me.
งั้นบอกผมก่อนสิ ว่ารักผม
Girl: Fine, I love you. Slow down!
ก็ได้ เค้ารักตัว ลดความเร็วลงสิ
Guy: Now give me a BIG hug.
แล้วก็กอดผมแน่นๆ
Girl hugs him
และเธอก็กอดเขา
Guy: Can you take my helmet off & put it on yourself? Its bugging me.
เอาหมวกกันน็อคผมไปใส่สิ ผมรำคาญน่ะ
In the paper the next day :( A motorcycle had crashed into a building because of brake failure.
วันต่อมา หนังสือพิมพ์ลงข่าว มอไซค์ชนตึก เนื่องจากเบรค แตก
Two people were on it, but only one had survived.
มีคน นั่งมอไซค์ 2 คน แต่ว่า รอดคนเดียว
The truth was that halfway down the road, the guy realized that his brakes broke, but he didn't want to let the girl know.
ความจริงคือ ทางสายนั้นเป็นครึ่งสายลาดลง ผู้ชายรู้ว่าเบรคเขา แตก แต่ก็ไม่อยากใฟ้แฟนสาวรู้
Instead, he had her say she loved him & felt her hug him one last time, then had her wear his helmet so that she would live even though it meant that he would die.
แทน ที่จะบอกเธอ เขาให้เธอบอกรักและรู้สึกถึงอ้อมกอดเธอเป็นครั้งสุดท้าย แล้วให้ เธอ ใส่หมวกกันน็อคเพื่อเธอจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ถึงแม้เขาจะตายไปก็ ตาม
If there is anyone in life you love this much, please send this. Forward this to all your good friends on-line to show them that you care.
ถ้ามีใครในชีวิตรักคุณซะขนาดนี้ ส่งเมลล์นี่ไปเถอะ ฟอร์เวิร์ด ให้เพื่อนๆที่รัก เพื่อให้เขารู้ว่าคุณแคร์
NOW, make a wish about somthing you would like to happen with you and someone whom you REALLY care about..........
OK, now if you send this to..
เอาล่ะ อธิษฐานซะ
โอเค ถ้าคุณ ส่ง...
1 person~ your wish will come true in 6-8 months
1 คน คำ อธิษฐาน จะเป็นจริงใน 6 - 8 เดือน
3 people~ your wish will come true in 4-6 months
3 คน คำ อธิษฐาน จะเป็นจริงใน 4-6 เดือน
5 people~ your wish will come true in 1-2 months
5 คน คำ อธิษฐาน จะเป็นจริงใน 1-2 เดือน
7 people~ your wish will come true in 2 weeks
7 คน คำ อธิษฐาน จะเป็นจริงใน 2 อาทิตย์
10 people~ your wish will come true in three days
10 คน คำอธิษฐาน จะเป็นจริงใน 3 วัน
14 people~ your wish will come true in the next 24 hours!
14 คน คำอธิษฐาน จะเป็นจริง ใน 24 ชั่วโมง
BUT...... If you do not send this to any one, you will have bad luck!!!!
แต่ถ้าคุณไม่ ส่งอ่ะ จะโชคร้ายเอานะ
วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551
ภาษาอังกฤษพื้นฐานเพื่อการส่งออก
ประเทศ ไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการเติบโตและพัฒนา โดยเฉพาะในช่วงปีหลังๆมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและได้รับแรง สนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาและส่งเสริมทางด้านธุรกิจโดย เฉพาะการส่งออก นอกจากเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย การตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐานแล้ว ภาษาอังกฤษจัดได้ว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการติดต่อกับลูกค้าชาวต่างชาติ และมีความสำคัญในการติดต่อสื่อสารโต้ตอบเมื่อชาวต่างประเทศสนใจในสินค้าของ ประเทศไทยหรือติดต่อกับผู้ประกอบการคนไทย
ดังนั้นเพื่อที่จะประสบความ สำเร็จในการทำการค้าส่งออกผู้ประกอบการจึงควรเล็งเห็นถึงความสำคัญและเรียน รู้ภาษาอังกฤษพื้นฐานสำหรับการสื่อสารและการทำธุรกิจกับชาวต่างชาติเพื่อการ ส่งออก
การทักทายและการตอบรับ/ปฏิเสธแบบสั้นๆ
การทักทาย (Greetings)
สำนวนที่เรามักจะเห็นกันมากในการพบปะสนทนาทักทายก็จะมีดังต่อไปนี้
1. Good morning/ afternoon/ evening/ night
2. Hello/ Hi ใช้ทักทายในโอกาสที่ไม่เป็นทางการ
3. Good bye/ See you again/ So long / See you / Bye ใช้เมื่อลาจากกัน
4. How do you do? ใช้เมื่อเจอกันครั้งแรกต้องตอบว่า How do you do.
5. How are you/ have you been?/ are you doing?/ are things?/ is it going?
เป็นการถามทุกข์สุข
วิธีตอบก็เช่น Fine (Thank you/ Thanks)/ Very well/ Good/ All right/ So-so/ Okay/ Not bad
นอกจากนี้ก็ยังมีคำอวยพรสั้น เช่น
1. Have a nice trip. (ขอให้ได้รับความสนุกในการเดินทาง)
2. Bon Voyage.(ภาษาฝรั่งเศส อ่าน "บง-โว-ยาจ" แปล ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ)
3. Have a nice day/ weekend.(วันนี้/สุดสัปดาห์นี้ ขอให้ได้รับความสุขสนุกสนาน)
4. Give my regard to your mother/father.(เรียนคุณแม่/คุณพ่อ ว่าผมกราบเคารพและระลึกถึง)
5. Remember me to your parents. ( เรียนคุณพ่อคุณแม่ของคุณด้วยว่าผมกราบเคารพ ระลึกถึง)
6. Take care.(ดูแลตัวเองด้วยนะ)
คำตอบรับหรือปฏิเสธแบบสั้นๆ
ปกติที่เรามักจะเห็นบ่อยมากคงหนีไม่พ้น Yes, No ใช่ไหม แต่เราพูดแบบอื่นได้อีก เช่น
1. Certainly. (แน่นอน) ตรงข้ามกับ Certainly not. (ไม่......แน่นอน)
2. Of course. (แน่ล่ะ) ตรงข้ามกับ Of course not. (ไม่.....แน่ล่ะ )
3. I hope so. (หวังว่าคงเป็นเช่นนั้น) ตรงข้ามกับ I hope not. (หวังว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น)
4. Perhaps so. (บางทีอาจเป็นเช่นนั้น) ตรงข้ามกับ Perhaps not. (บางทีอาจไม่เป็นเช่นนั้น)
5. I think so. (ฉันก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ) ตรงข้ามกับ I don't think so. (ฉันไม่คิดว่าอย่างนั้น)
6. By all means.(ได้แน่, ไม่มีปัญหา)
7. That's right. (ถูกแล้ว )
8. Not at all. (ไม่เป็นไรเลย)
9. That's it. (อย่างงั้นสิ )
10. Not yet. (ยังเลย )
11. That's true. (จริงๆ )
12. Very likely. (น่าจะเป็นเช่นนั้น )
13. I see. (อ้อ! เข้าใจละ )
การแนะนำตัว, การแนะนำผู้อื่น
การแนะนำตัว ( Introductions )
1. I'd like to introduce myself. (ฉันขอแนะนำตัวเอง)
2. I'm / My name is ................. . (ฉันชื่อ…...)
3. Hello / Hi, my name is ............... . (ชื่อของฉันคือ......)
4. Call me ................. . (กรุณาเรียกฉันว่า…..)
5. I'm ................ . (ฉันชื่อ…..)
การแนะนำคนอื่น ( Introducing Others )
1. Let me introduce ( you to ) ................ . (ขอแนะนำให้รู้จักคุณ.......)
2. I'd like to introduce ( you to ) ............... . (ขอแนะนำให้รู้จักคุณ.......)
3. I'd like you to meet ................ . (ขอแนะนำให้พบกับคุณ.......)
4. Meet ................ . (เชิญพบกับ........)
5. This is ................. . (นี่คือคุณ......)
เวลาตอบนั้น เราอาจตอบว่า Nice to meet you. Glad to meet you. (ยินดี/ดีใจที่ได้รู้จัก) หรือ How do you do. ก็ได้
ประโยคที่ใช้กันบ่อยๆ ทาง E- mail
ประโยคซักถามเกี่ยวกับสินค้า- การสั่งซื้อ เช่น
1. How many you have available in each variety?(มีสินค้าอยู่เท่าไหร่ กี่ชิ้นในแต่ละรายการ)
2. I intend to purchase some plants. Please send your availability list.(ฉันต้องการซื้อต้นไม้บางต้น กรุณาส่งรายการสินค้ามาให้ดูหน่อย)
3. Kindly give me a catalogue for the mentioned address. (ช่วยส่งแคตตาล็อก มายังที่อยู่ดังกล่าวหน่อย)
ขั้นการเสนอราคา
1. When can I expect the merchandise?(ฉันจะได้รับของเมื่อไหร่)
2. Could you please let me know the price of this item?(สินค้าชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่)
3. Please find attached list of items I would like to order.(กรุณาอ่านดูรายการตามที่ได้แนบมา ฉันต้องการสั่งซื้อ)
4. I have visited your web site and seen your current price list. I would like to place an order with your company.(ฉันได้เข้าไปดูเวปไซต์และเห็นราคาสินค้าของคุณ ก็เลยอยากจะสั่งซื้อสินค้าจากทางคุณ)
ขั้นการส่งของ
1. I have requested the flight on this coming Friday to Orlando.(ทางเราได้จองเที่ยวบินไปยัง Orlando ไว้แล้ว เที่ยวบินในวันศุกร์ที่จะถึงนี้)
2. We have just received confirmation of your first order.(ทางเราเพิ่งได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อครั้งแรกจากคุณแล้ว)
3. What medium of transportation will you use?(คุณจะใช้การขนส่งทางไหนดี)
4. Please give me the status on this shipment.(ช่วยบอกด้วยว่าตอนนี้เรื่องการส่งสินค้าไปถึงไหนแล้ว)
5. The shipment will arrive Airport destination at 15:00 hrs. on April 9, 2003.(สินค้าจะถึงสนามบินปลายทาง ในวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 2003 นี้ เวลา 15.00 น.)
คำศัพท์ทางการส่งของ
1. F.O.B = Free on board ราคาสินค้าที่ไม่รวมค่าการขนส่งสินค้าหรือค่าประกันความเสี่ยงภัยในการขนส่งสินค้า
2. Import Permit = ใบอนุญาตนำเข้าสินค้า
3. Air Fright charge = ค่าส่งสินค้าทางสายการบิน
4. C & F = Cost and Freight = ราคาสินค้ารวมกับค่าส่งสินค้า
5. CIF – cost, insurance, freight - ราคาสินค้ารวมค่าประกันและค่าระวางในการขนส่ง
6. Ex works/ ex factory – ราคาโรงงาน
7. ETA – expected time of arrival – วัน เวลา ที่คาดว่าสินค้าจะมาถึง
8. ETD – expected time of delivery – วันเวลาที่คาดว่าจะส่งออกสินค้า
9. B/L – bill of lading – ใบตราส่ง
ประโยคทั่วไปที่ใช้กันเสมอ
1. I will keep you informed.(แล้วฉันจะคอยแจ้งให้คุณทราบ)
2. I look forward to your reply.(ฉันรอคำตอบจากคุณอยู่)
3. Sorry for your inconvenience.(ขอโทษสำหรับความไม่สะดวกของคุณ)
4. I have been waiting for your contact for long time. I understand that you might be busy with your company.(ฉันรอการติดต่อกลับจากคุณมาเป็นเวลานาน ฉันเข้าใจดีว่าคุณอาจจะกำลังไม่ว่าง ยุ่งกับบริษัทของคุณ)
5. Thank you for your quick reply.(ขอบคุณสำหรับการตอบกลับอย่างรวดเร็ว)
4. Thanks for your patience.(ขอบคุณสำหรับความอดทนรอ)
5. I am sure I will cooperate with you in the future.(ฉันมั่นใจว่า ฉันสามารถจะร่วมงานกันคุณได้ในภายหน้า)
คำต่อว่า แสดงความผิดหวัง
1. I am dissatisfied with your shipment. (ฉันรู้สึกผิดหวังกับการจัดส่งของคุณ)
การชำระเงิน
1. I request you to settle all the payments.(ฉันขอให้คุณชำระเงินทั้งหมด)
2. Payment will be done in cash during my visit.(ฉันจะจ่ายเงินสดให้เรียบร้อยเมื่อผมไปที่นั่น)
3. Do you accept credit card as a medium of payment?(คุณรับการชำระเงินด้วยเครดิตการ์ดหรือไม่)
ประโยคลงท้ายก่อนจบการสนทนาในจดหมาย
1. I hope that we can continue to do business.(ฉันหวังว่า เราคงได้ทำธุรกิจร่วมกันต่อไปอีกนะ)
2. Hope to hear from you soon.(ฉันหวังว่าคงจะได้รับข่าวคราวจากทางคุณ โดยเร็ววัน)
3. I will be waiting for your further information. (ฉันจะรอข่าวคราว ข้อมูลเพิ่มจากคุณ)
4. Thank you. (ขอบคุณ)
ถ้า ผู้ประกอบการติดต่อกับลูกค้า ควรเขียนอีเมล์หรือส่งแฟกซ์กลับไปแจ้งยืนยันกับลูกค้าต่างชาติอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าการสื่อสารถูกต้องและเข้าใจตรงกัน
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ธุรกิจก็มีความสำคัญและอาจทำให้ผู้ประกอบการเกิดความสับสนได้ ดังนั้นผู้ประกอบการควรเรียนรู้และทำความเข้าใจด้วย เช่น
Quotation – ใบเสนอราคา
Purchase of order – ใบสั่งซื้อ
Extension of Credit – การขยายเวลาการชำระหนี้
ผู้ ประกอบการควรศึกษาถึงเอกสารที่จำเป็นต้องแนบไปเมื่อมีการส่งออกจากประเทศไทย หรือนำเข้าในประเทศอื่น เนื่องจากสินค้าบางประเภทจำเป็นที่จะต้องมีใบรับรองจากสำนักงานอาหารและยา เช่น เครื่องสำอางบางประเภท, ยา, และ สารสกัดจากพืช เป็นต้น คำศัพท์ของเอกสารรับรอง เช่น
Certificate of Origin - ใบรับรองแหล่งผลิต
Certificate of Free Sale - ใบรับรองอนุญาตให้ขายสินค้าภายในประเทศ
Packaging List – ใบบรรทุกของ
Import licence - ใบอนุญาตนำเข้า
การ ใช้ภาษาอังกฤษนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการฝึกฝน หากผู้ประกอบการเรียนรู้และพยายามใช้ภาษาอังกฤษทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ก็จะสามารถพัฒนาและสามารถนำภาษาอังกฤษมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อการค้าและ การส่งออกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรียบเรียงโดย ณตชา โตศุกลวรรณ์
ดังนั้นเพื่อที่จะประสบความ สำเร็จในการทำการค้าส่งออกผู้ประกอบการจึงควรเล็งเห็นถึงความสำคัญและเรียน รู้ภาษาอังกฤษพื้นฐานสำหรับการสื่อสารและการทำธุรกิจกับชาวต่างชาติเพื่อการ ส่งออก
การทักทายและการตอบรับ/ปฏิเสธแบบสั้นๆ
การทักทาย (Greetings)
สำนวนที่เรามักจะเห็นกันมากในการพบปะสนทนาทักทายก็จะมีดังต่อไปนี้
1. Good morning/ afternoon/ evening/ night
2. Hello/ Hi ใช้ทักทายในโอกาสที่ไม่เป็นทางการ
3. Good bye/ See you again/ So long / See you / Bye ใช้เมื่อลาจากกัน
4. How do you do? ใช้เมื่อเจอกันครั้งแรกต้องตอบว่า How do you do.
5. How are you/ have you been?/ are you doing?/ are things?/ is it going?
เป็นการถามทุกข์สุข
วิธีตอบก็เช่น Fine (Thank you/ Thanks)/ Very well/ Good/ All right/ So-so/ Okay/ Not bad
นอกจากนี้ก็ยังมีคำอวยพรสั้น เช่น
1. Have a nice trip. (ขอให้ได้รับความสนุกในการเดินทาง)
2. Bon Voyage.(ภาษาฝรั่งเศส อ่าน "บง-โว-ยาจ" แปล ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ)
3. Have a nice day/ weekend.(วันนี้/สุดสัปดาห์นี้ ขอให้ได้รับความสุขสนุกสนาน)
4. Give my regard to your mother/father.(เรียนคุณแม่/คุณพ่อ ว่าผมกราบเคารพและระลึกถึง)
5. Remember me to your parents. ( เรียนคุณพ่อคุณแม่ของคุณด้วยว่าผมกราบเคารพ ระลึกถึง)
6. Take care.(ดูแลตัวเองด้วยนะ)
คำตอบรับหรือปฏิเสธแบบสั้นๆ
ปกติที่เรามักจะเห็นบ่อยมากคงหนีไม่พ้น Yes, No ใช่ไหม แต่เราพูดแบบอื่นได้อีก เช่น
1. Certainly. (แน่นอน) ตรงข้ามกับ Certainly not. (ไม่......แน่นอน)
2. Of course. (แน่ล่ะ) ตรงข้ามกับ Of course not. (ไม่.....แน่ล่ะ )
3. I hope so. (หวังว่าคงเป็นเช่นนั้น) ตรงข้ามกับ I hope not. (หวังว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น)
4. Perhaps so. (บางทีอาจเป็นเช่นนั้น) ตรงข้ามกับ Perhaps not. (บางทีอาจไม่เป็นเช่นนั้น)
5. I think so. (ฉันก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ) ตรงข้ามกับ I don't think so. (ฉันไม่คิดว่าอย่างนั้น)
6. By all means.(ได้แน่, ไม่มีปัญหา)
7. That's right. (ถูกแล้ว )
8. Not at all. (ไม่เป็นไรเลย)
9. That's it. (อย่างงั้นสิ )
10. Not yet. (ยังเลย )
11. That's true. (จริงๆ )
12. Very likely. (น่าจะเป็นเช่นนั้น )
13. I see. (อ้อ! เข้าใจละ )
การแนะนำตัว, การแนะนำผู้อื่น
การแนะนำตัว ( Introductions )
1. I'd like to introduce myself. (ฉันขอแนะนำตัวเอง)
2. I'm / My name is ................. . (ฉันชื่อ…...)
3. Hello / Hi, my name is ............... . (ชื่อของฉันคือ......)
4. Call me ................. . (กรุณาเรียกฉันว่า…..)
5. I'm ................ . (ฉันชื่อ…..)
การแนะนำคนอื่น ( Introducing Others )
1. Let me introduce ( you to ) ................ . (ขอแนะนำให้รู้จักคุณ.......)
2. I'd like to introduce ( you to ) ............... . (ขอแนะนำให้รู้จักคุณ.......)
3. I'd like you to meet ................ . (ขอแนะนำให้พบกับคุณ.......)
4. Meet ................ . (เชิญพบกับ........)
5. This is ................. . (นี่คือคุณ......)
เวลาตอบนั้น เราอาจตอบว่า Nice to meet you. Glad to meet you. (ยินดี/ดีใจที่ได้รู้จัก) หรือ How do you do. ก็ได้
ประโยคที่ใช้กันบ่อยๆ ทาง E- mail
ประโยคซักถามเกี่ยวกับสินค้า- การสั่งซื้อ เช่น
1. How many you have available in each variety?(มีสินค้าอยู่เท่าไหร่ กี่ชิ้นในแต่ละรายการ)
2. I intend to purchase some plants. Please send your availability list.(ฉันต้องการซื้อต้นไม้บางต้น กรุณาส่งรายการสินค้ามาให้ดูหน่อย)
3. Kindly give me a catalogue for the mentioned address. (ช่วยส่งแคตตาล็อก มายังที่อยู่ดังกล่าวหน่อย)
ขั้นการเสนอราคา
1. When can I expect the merchandise?(ฉันจะได้รับของเมื่อไหร่)
2. Could you please let me know the price of this item?(สินค้าชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่)
3. Please find attached list of items I would like to order.(กรุณาอ่านดูรายการตามที่ได้แนบมา ฉันต้องการสั่งซื้อ)
4. I have visited your web site and seen your current price list. I would like to place an order with your company.(ฉันได้เข้าไปดูเวปไซต์และเห็นราคาสินค้าของคุณ ก็เลยอยากจะสั่งซื้อสินค้าจากทางคุณ)
ขั้นการส่งของ
1. I have requested the flight on this coming Friday to Orlando.(ทางเราได้จองเที่ยวบินไปยัง Orlando ไว้แล้ว เที่ยวบินในวันศุกร์ที่จะถึงนี้)
2. We have just received confirmation of your first order.(ทางเราเพิ่งได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อครั้งแรกจากคุณแล้ว)
3. What medium of transportation will you use?(คุณจะใช้การขนส่งทางไหนดี)
4. Please give me the status on this shipment.(ช่วยบอกด้วยว่าตอนนี้เรื่องการส่งสินค้าไปถึงไหนแล้ว)
5. The shipment will arrive Airport destination at 15:00 hrs. on April 9, 2003.(สินค้าจะถึงสนามบินปลายทาง ในวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 2003 นี้ เวลา 15.00 น.)
คำศัพท์ทางการส่งของ
1. F.O.B = Free on board ราคาสินค้าที่ไม่รวมค่าการขนส่งสินค้าหรือค่าประกันความเสี่ยงภัยในการขนส่งสินค้า
2. Import Permit = ใบอนุญาตนำเข้าสินค้า
3. Air Fright charge = ค่าส่งสินค้าทางสายการบิน
4. C & F = Cost and Freight = ราคาสินค้ารวมกับค่าส่งสินค้า
5. CIF – cost, insurance, freight - ราคาสินค้ารวมค่าประกันและค่าระวางในการขนส่ง
6. Ex works/ ex factory – ราคาโรงงาน
7. ETA – expected time of arrival – วัน เวลา ที่คาดว่าสินค้าจะมาถึง
8. ETD – expected time of delivery – วันเวลาที่คาดว่าจะส่งออกสินค้า
9. B/L – bill of lading – ใบตราส่ง
ประโยคทั่วไปที่ใช้กันเสมอ
1. I will keep you informed.(แล้วฉันจะคอยแจ้งให้คุณทราบ)
2. I look forward to your reply.(ฉันรอคำตอบจากคุณอยู่)
3. Sorry for your inconvenience.(ขอโทษสำหรับความไม่สะดวกของคุณ)
4. I have been waiting for your contact for long time. I understand that you might be busy with your company.(ฉันรอการติดต่อกลับจากคุณมาเป็นเวลานาน ฉันเข้าใจดีว่าคุณอาจจะกำลังไม่ว่าง ยุ่งกับบริษัทของคุณ)
5. Thank you for your quick reply.(ขอบคุณสำหรับการตอบกลับอย่างรวดเร็ว)
4. Thanks for your patience.(ขอบคุณสำหรับความอดทนรอ)
5. I am sure I will cooperate with you in the future.(ฉันมั่นใจว่า ฉันสามารถจะร่วมงานกันคุณได้ในภายหน้า)
คำต่อว่า แสดงความผิดหวัง
1. I am dissatisfied with your shipment. (ฉันรู้สึกผิดหวังกับการจัดส่งของคุณ)
การชำระเงิน
1. I request you to settle all the payments.(ฉันขอให้คุณชำระเงินทั้งหมด)
2. Payment will be done in cash during my visit.(ฉันจะจ่ายเงินสดให้เรียบร้อยเมื่อผมไปที่นั่น)
3. Do you accept credit card as a medium of payment?(คุณรับการชำระเงินด้วยเครดิตการ์ดหรือไม่)
ประโยคลงท้ายก่อนจบการสนทนาในจดหมาย
1. I hope that we can continue to do business.(ฉันหวังว่า เราคงได้ทำธุรกิจร่วมกันต่อไปอีกนะ)
2. Hope to hear from you soon.(ฉันหวังว่าคงจะได้รับข่าวคราวจากทางคุณ โดยเร็ววัน)
3. I will be waiting for your further information. (ฉันจะรอข่าวคราว ข้อมูลเพิ่มจากคุณ)
4. Thank you. (ขอบคุณ)
ถ้า ผู้ประกอบการติดต่อกับลูกค้า ควรเขียนอีเมล์หรือส่งแฟกซ์กลับไปแจ้งยืนยันกับลูกค้าต่างชาติอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าการสื่อสารถูกต้องและเข้าใจตรงกัน
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ธุรกิจก็มีความสำคัญและอาจทำให้ผู้ประกอบการเกิดความสับสนได้ ดังนั้นผู้ประกอบการควรเรียนรู้และทำความเข้าใจด้วย เช่น
Quotation – ใบเสนอราคา
Purchase of order – ใบสั่งซื้อ
Extension of Credit – การขยายเวลาการชำระหนี้
ผู้ ประกอบการควรศึกษาถึงเอกสารที่จำเป็นต้องแนบไปเมื่อมีการส่งออกจากประเทศไทย หรือนำเข้าในประเทศอื่น เนื่องจากสินค้าบางประเภทจำเป็นที่จะต้องมีใบรับรองจากสำนักงานอาหารและยา เช่น เครื่องสำอางบางประเภท, ยา, และ สารสกัดจากพืช เป็นต้น คำศัพท์ของเอกสารรับรอง เช่น
Certificate of Origin - ใบรับรองแหล่งผลิต
Certificate of Free Sale - ใบรับรองอนุญาตให้ขายสินค้าภายในประเทศ
Packaging List – ใบบรรทุกของ
Import licence - ใบอนุญาตนำเข้า
การ ใช้ภาษาอังกฤษนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการฝึกฝน หากผู้ประกอบการเรียนรู้และพยายามใช้ภาษาอังกฤษทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ก็จะสามารถพัฒนาและสามารถนำภาษาอังกฤษมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อการค้าและ การส่งออกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรียบเรียงโดย ณตชา โตศุกลวรรณ์
วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2551
สำนวนอังกฤษ
Article: สำนวนที่มักพบในนวนิยายภาพยนตร์โทรทัศน์ตลอดจนการสนทนาระหว่างคนอังกฤษ
ในภาษาอังกฤษมีคำอุทาน (exclamation หรือ ejaculation) อยู่ประเภทหนึ่ง ซึ่งขึ้นต้นด้วยคำกริยาวิเศษณ์ เช่น out, in, down, up, away, off, on และในบางกรณีก็มีบุพบท with ประกอบด้วย คำอุทานจำนวนนี้มักมีความหมายแปลกๆ ซึ่งประเทศที่เรียนภาษาอังกฤษ เพราะอาจตีความหมายเข้ารกเข้าพงไปก็ได้
คำอุทานเช่นนี้ควรถือว่าเป็นสำนวน
โวหารในภาษาอังกฤษอย่างหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้ จะยกตัวอย่างเฉพาะที่ใช้กันแพร่หลายทั่วไป ซึ่งจะพบเห็นได้ยินได้ฟังในนวนิยาย ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ตลอดจนการสนทนาพาทีระหว่างคนในอังกฤษดังต่อไปนี้
1.Out you go! ออกไป!
2.Out with it! พูดออกมาสิ! (คำนี้อาจทำให้เข้าใจผิดว่าให้เอา อะไรออกมา ซึ่งไม่ใช่คำพูด)
3.In you go! เข้าไปข้างในสิ!
4.In with it! ยกเข้าไปสิ! (ถ้าไม่เข้าใจความหมายอาจนึกว่าไม่ใช่คำสั่งให้ยกอะไรเข้าไป)
5.Down you go! ลงไปเลย! (คำนี้นางพยาบาลอาจใช้พูดกับคนไข้เวลาอุ้มเลื่อนลงไปจากหมอนที่หนุนอยู่ก็ได้)
6.Down with your money! วางเงินลงไปสิ!
7.Down with the door! พังประตูลงมาสิ! (คำนี้อาจทำให้เข้าใจผิดว่าไม่ใช่คำสั่ง เพราะไม่มีระบุไว้ว่าใครพูดกับใคร)
8.Down with tyranny! ทำลายล้างการกดขี่เสีย! (หรือพูดอย่างไทยว่าระบอบกดขี่จงพินาศ)
9.Up you go! ลุกขึ้น! ยืนขึ้น!
10.Up with you! ลุกขึ้น! ยืนขึ้น!
11.Up with them! ยกมันขึ้น! ให้พวกเขาลุกขึ้น!
12.Away with you! ไปให้พ้น!
13.Away with it! เอามันไปให้พ้น!
14.Off you go! ไปเลย!
15.Off we go! เราออกเดินทางละ!.
16.Off with his head! ตัวหัวมันเสีย!
17.On with your coat! สวมเสื้อเสีย!.
18.On with the show! 1. เริ่มแสดงได้ 2. แสดงต่อไปได้
19.Over to you! ถึงคราวท่านพูดละ! (ใช้ในการติดต่อทางวิทยุโทรทัศน์)
20.Off with him! เอาตัวเขาไปเลย!
21.Go on with you! ใครจะเชื่อแก!
22.To hell with you! แกไปลงนรกเถอะ (เป็นภาษาแบบอเมริกัน ส่วนแบบอังกฤษใช้ว่า Go to hell)
23.Into bed with you! เข้าเตียงเสียที (ไม่ใช่จะเข้าเตียงกับท่าน)
24.Get along with you! คำนี้มีสองความหมายคือ
1. ฉันไม่เชื่อแก! 2. ไปให้พ้น!
Get away with you! เหมือน Get along with you!
25.Go easy on it หรือ with it! ค่อย ๆ เบา ๆ (เช่น อย่ารินเหล้าใส่มากนักจะหมดขวดเสีย)
ที่มา: จากหนังสือ “สำนวนอังกฤษน่ารู้” โดย วิทย์ ศิวะศริยานนท์ , รร.พิบูลวิทยาลัย ลพบุรี
อ้างอิง-แหล่งที่มา :
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=strickyrice&month=11-2007&date=22&group=131&gblog=3
ในภาษาอังกฤษมีคำอุทาน (exclamation หรือ ejaculation) อยู่ประเภทหนึ่ง ซึ่งขึ้นต้นด้วยคำกริยาวิเศษณ์ เช่น out, in, down, up, away, off, on และในบางกรณีก็มีบุพบท with ประกอบด้วย คำอุทานจำนวนนี้มักมีความหมายแปลกๆ ซึ่งประเทศที่เรียนภาษาอังกฤษ เพราะอาจตีความหมายเข้ารกเข้าพงไปก็ได้
คำอุทานเช่นนี้ควรถือว่าเป็นสำนวน
โวหารในภาษาอังกฤษอย่างหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้ จะยกตัวอย่างเฉพาะที่ใช้กันแพร่หลายทั่วไป ซึ่งจะพบเห็นได้ยินได้ฟังในนวนิยาย ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ตลอดจนการสนทนาพาทีระหว่างคนในอังกฤษดังต่อไปนี้
1.Out you go! ออกไป!
2.Out with it! พูดออกมาสิ! (คำนี้อาจทำให้เข้าใจผิดว่าให้เอา อะไรออกมา ซึ่งไม่ใช่คำพูด)
3.In you go! เข้าไปข้างในสิ!
4.In with it! ยกเข้าไปสิ! (ถ้าไม่เข้าใจความหมายอาจนึกว่าไม่ใช่คำสั่งให้ยกอะไรเข้าไป)
5.Down you go! ลงไปเลย! (คำนี้นางพยาบาลอาจใช้พูดกับคนไข้เวลาอุ้มเลื่อนลงไปจากหมอนที่หนุนอยู่ก็ได้)
6.Down with your money! วางเงินลงไปสิ!
7.Down with the door! พังประตูลงมาสิ! (คำนี้อาจทำให้เข้าใจผิดว่าไม่ใช่คำสั่ง เพราะไม่มีระบุไว้ว่าใครพูดกับใคร)
8.Down with tyranny! ทำลายล้างการกดขี่เสีย! (หรือพูดอย่างไทยว่าระบอบกดขี่จงพินาศ)
9.Up you go! ลุกขึ้น! ยืนขึ้น!
10.Up with you! ลุกขึ้น! ยืนขึ้น!
11.Up with them! ยกมันขึ้น! ให้พวกเขาลุกขึ้น!
12.Away with you! ไปให้พ้น!
13.Away with it! เอามันไปให้พ้น!
14.Off you go! ไปเลย!
15.Off we go! เราออกเดินทางละ!.
16.Off with his head! ตัวหัวมันเสีย!
17.On with your coat! สวมเสื้อเสีย!.
18.On with the show! 1. เริ่มแสดงได้ 2. แสดงต่อไปได้
19.Over to you! ถึงคราวท่านพูดละ! (ใช้ในการติดต่อทางวิทยุโทรทัศน์)
20.Off with him! เอาตัวเขาไปเลย!
21.Go on with you! ใครจะเชื่อแก!
22.To hell with you! แกไปลงนรกเถอะ (เป็นภาษาแบบอเมริกัน ส่วนแบบอังกฤษใช้ว่า Go to hell)
23.Into bed with you! เข้าเตียงเสียที (ไม่ใช่จะเข้าเตียงกับท่าน)
24.Get along with you! คำนี้มีสองความหมายคือ
1. ฉันไม่เชื่อแก! 2. ไปให้พ้น!
Get away with you! เหมือน Get along with you!
25.Go easy on it หรือ with it! ค่อย ๆ เบา ๆ (เช่น อย่ารินเหล้าใส่มากนักจะหมดขวดเสีย)
ที่มา: จากหนังสือ “สำนวนอังกฤษน่ารู้” โดย วิทย์ ศิวะศริยานนท์ , รร.พิบูลวิทยาลัย ลพบุรี
อ้างอิง-แหล่งที่มา :
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=strickyrice&month=11-2007&date=22&group=131&gblog=3
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)